startup-def_sansiri-blog (6)

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า วัยรุ่นปัจจุบันต้องการประสบความสำเร็จเร็ว ไม่อยากทำงานจนแก่เหมือนคนรุ่นก่อน จนผู้ใหญ่สบประมาทว่าเด็กสมัยนี้ไม่อดทนและไม่กล้าเสี่ยง แต่หากจะมองอย่างเป็นธรรม พวกเขาเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่ หรือผู้ใหญ่คนอื่นๆ ได้สร้างฐานกำลังที่มั่นคงไว้แล้วอย่างแน่นหนา

แต่เชื่อไหมว่า ทัศนคติที่อยากประสบความสำเร็จเร็ว
และไม่อยากทำงานตลอดเวลา
ทำให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ที่กำลังถูกพูดถึงไปทั่วโลก
เรียกว่า ‘สตาร์ทอัพ’ (Startup)

โมเดลธุรกิจแบบสตาร์ทอัพถือกำเนิดขึ้นในฝั่งประเทศอเมริกาช่วงหลังปี 2010 เป็นต้นมา พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจประเภทเทคโนโลยีและออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งถือว่าเป็นจุดพลิกผันการทำธุรกิจในทั่วทุกมุมโลก พอล เกรย์แฮม จากบริษัท Y Combinator ฮับชื่อดังที่สร้างนักธุรกิจแบบสตาร์ทอัพมาแล้วหลายคน เคยให้คำนิยามไว้ว่า Startup = Growth หรือ สตาร์ทอัพ = การเติบโต นั่นเอง

startup-def_sansiri-blog (2) startup-def_sansiri-blog (5)

ที่เป็นอย่างนั้น เพราะธุรกิจแบบสตาร์ทอัพถูกออกแบบมาให้โตเร็ว ตั้งแต่แนวความคิดที่ต่างจาก SME โดยสิ้นเชิง สตาร์ทอัพต้องเร็วตั้งแต่ไอเดีย หมายถึงธุรกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบันทันด่วน เช่น แอพพลิเคชั่นรวมที่จอดรถ เป็นต้น หลังจากนั้นต้องวางโครงสร้างทางธุรกิจทั้งเงินทุนและการทำตลาดว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด พร้อมทุนที่สามารถมาได้จากหลายแหล่ง

startup-def_sansiri-blog (3)

คำถามคือ ทำไมถึงต้องประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด คำตอบอยู่ตรงหน้าคุณเอง อินเทอร์เน็ตคือปัจจัยหลัก เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกจากหน้ามือเป็นหลังมือ การสื่อสารที่เชื่อมคนได้วินาทีต่อวินาที เมื่อทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ก็มีโอกาสที่ความคิดของเราจะโดนคนอื่นนำไปทำต่อหน้าต่อตา และอาจประสบความสำเร็จในเร็ววัน แทนที่จะเป็นเรานั่นเอง มากไปกว่านั้น ธุรกิจแบบสตาร์ทอัพที่กำลังมาแรงและคงจะอยู่ต่อไปอีกนานคือการเขียนโปรแกรมและซอฟท์แวร์สำหรับสมาร์ทโฟนและโลกออนไลน์

Dave McClure จากบริษัท 500 Startups นิยามธุรกิจสตาร์ทอัพไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นธุรกิจเกิดใหม่ที่ยังสับสนว่าผลิตภัณฑ์ของตัวเองคืออะไร, ลูกค้าของเราคือใคร และสามารถหารายได้ในอนาคตได้อย่างไร และเมื่อธุรกิจสตาร์ทอัพสักเจ้าตกตะกอนทางความคิดและค้นพบคำตอบจากคำถามทั้งหมดนี้แล้ว ก็จะกลายเป็นธุรกิจจริงๆ อย่างยั่งยืน

startup-def_sansiri-blog (1)

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของธุรกิจสตาร์ทอัพ คือการสร้างชุมชนและองค์ความรู้ของผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังจะทำแอพพลิเคชั่นดูนกในประเทศไทย เราต้องสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูนกขึ้นมา เช่น ทำไมเราถึงต้องดูนก นกในประเทศไทยต่างจากที่อื่นอย่างไร นอกจากนี้ ยังต้องสร้างชุมชนคนดูนกให้เกิดการแลกเปลี่ยนในวงกว้าง เกิดกระแส แล้วค่อยปล่อยผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกมาอย่างเป็นทางการ นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้สตาร์ทอัพเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะพันธสัญญาที่วางกันไว้ ไม่ใช่กำไรปีละ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นปีละ 1,000 เปอร์เซ็นต์ต่างหาก

startup-def_sansiri-blog (4)

อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีใครการันตีได้ว่าธุรกิจสตาร์ทอัพทุกประเภทจะต้องประสบความสำเร็จ ในเมื่อการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ธุรกิจแบบสตาร์ทอัพจึงเลี่ยงชะตากรรมนี้ไม่ได้เช่นกัน แต่การที่สตาร์ทอัพได้รับความนิยมในตอนนี้ เป็นเพราะแรงจูงใจที่เชื่อว่า ลงทุนและลงแรงในระยะสั้น แต่จะได้ธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว ฟังอย่างนี้แล้วดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อที่เป็นจริงไม่ได้ แต่แบรนด์หนึ่งซึ่งโตมาจากสตาร์ทอัพอย่าง Facebook พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ อาศัยแค่การคิดให้รอบคอบ มองหาช่องทางให้เร็วและแม่นยำ วันหนึ่งคุณก็รวยเหมือน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้

อีกหลากหลายบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่คุณอาจสนใจ คลิก